วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

เกาะช้าง


เกาะช้าง

เกาะช้าง จังหวัดตราด เป็นเกาะที่ใหญ่ และมีพื้นที่กว่า 268,125 ไร่ เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดใน หมู่เกาะทะเลอ่าวไทยและ ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากภูเก็ต
เกาะช้างมีสิ่งต่าง ๆ อำนวยความสะดวก อย่างครบถ้วน เกาะช้างประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน คือ สลักเพชร สลักคอก เจ้กแบ้ บ้านด่านใหม่ คลองสน คลองพร้าว คลองนนทรี และบ้านบางเบ้า มีสถานที่ราชการ อำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล ATM คลีนิก สำนักงานทนายความ 7/11 ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง
เกาะช้าง มีภูมิประเทศเป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่เขาสลักเพชร มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา หาดทรายเกาะช้างที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ พร้อมรีสอร์ทตั้งอยู่ ริมหาดมากมาย
กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกาะช้างได้แก่ ท่องเรือเที่ยวเกาะ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขี่ช้างท่องไพร ล่องเรือ ตกปลา ไดหมึก หรือพักโฮมสเตย์กับหมู่บ้านชาวประมง.

การประมง

การประมง หรือ ประมง หมายถึงการจัดการของมนุษย์ด้านการจับปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ การดูแลรักษาปลาสวยงามและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประมงเช่น น้ำมันปลา [1] กิจกรรมการทำประมงจัดแบ่งได้ทั้งตามชนิดสัตว์น้ำและตามเขตเศรษฐกิจ เช่น การทำประมงปลาแซลมอนในอลาสก้า การทำประมงปลาคอดในเกาะลอโฟเทน ประเทศนอร์เวย์หรือการทำประมงปลาทูน่าในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก และยังรวมถึงการเพาะปลูกในน้ำ (Aquaculture) ซึ่งหมายถึงการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์บางชนิดในน้ำ เพื่อใช้เป็นอาหารคนหรือสัตว์ เช่นเดียวกับเกษตรกรรมที่ทำบนพื้นดิน [2] การทำฟาร์มในน้ำ เช่นฟาร์มปลา ฟาร์มกุ้ง ฟาร์มหอย ฟาร์มหอยมุก การเพาะปลูกในน้ำในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไว้ การเพาะปลูกในน้ำจืด น้ำกร่อย ในทะเล การเพาะปลูกสาหร่าย [3]ต่อมาได้มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประมงเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาหนึ่งเรียกว่าวิทยาศาสตร์การประมง มีพื้นฐานจากวิชาชีววิทยา นิเวศวิทยา สมุทรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และการจัดการ มีการจัดศึกษาด้านการประมงในแง่มุมต่างๆ ทั้งระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก และการประมงมีบทบาทสำคัญในเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ จึงมีคำอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่น “ธุรกิจการประมง” “อุตสาหกรรมประมง” เกิดขึ้น

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ปลากัด


ปลากัดภาคกลาง หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ปลากัด เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens อยู่ในวงศ์ Macropodinae ซึ่งอยู่ในวงศ์ใหญ่ Osphronemidae มีรูปร่างเพรียวยาวและแบนข้าง หัวมีขนาดเล็ก ครีบก้นยาวจรดครีบหาง หางแบนกลม มีอวัยวะช่วยหายใจบนผิวน้ำได้โดยใช้ปากฮุบอากาศโดยไม่ต้องผ่านเหงือกเหมือนปลาทั่วไป เกล็ดสากเป็นแบบ Ctenoid ปกคลุมจนถึงหัว ริมฝีปากหนา ตาโต ครีบอกคู่แรกยาวใช้สำหรับสัมผัส ปลาตัวผู้มีสีน้ำตาลเหลือบแดงและน้ำเงินหรือเขียว ครีบสีแดงและมีแถบสีเหลืองประ ในขณะที่ปลาตัวเมียสีจะซีดอ่อนและมีขนาดลำตัวที่เล็กกว่ามากจนเห็นได้ชัด
ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 6 เซนติเมตร พบกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำนิ่งที่มีขนาดตื้นพื้นที่เล็กทั้งในภาคกลางและภาคเหนือในประเทศไทยเท่านั้น สถานะปัจจุบันในธรรมชาติถูกคุกคามจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปและสารเคมีที่ตกค้าง
มีพฤติกรรมชอบอยู่ตัวเดียวในอาณาบริเวณแคบ ๆ เพราะดุร้ายก้าวร้าวมากในปลาชนิดเดียวกัน ตัวผู้เมื่อพบกันจะพองตัว พองเหงือก เบ่งสีเข้ากัดกัน ซึ่งในบางครั้งอาจกัดได้จนถึงตาย เมื่อผสมพันธุ์ ตัวผู้จะเป็นฝ่ายก่อหวอดติดกับวัสดุต่าง ๆ เหนือผิวน้ำ ไข่ใช้เวลาฟัก 2 วัน โดยที่ปลาตัวผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่และตัวอ่อนเอง โดยไม่ให้ปลาตัวเมียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

น้ำตกป่าละอู

น้ำตกป่าละอูอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากหัวหินประมาณ 60 กิโลเมตร ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.3 (ห้วยป่าเลา) บริเวณนี้ทางอุทยานแห่งชาติจัดให้มีพื้นที่กางเต็นท์ บ้านพัก และค่ายพักแรม


ทุ่งดอกกระเจียว


  :: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ::
          ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพังเหยในเขต   ต.บ้านไร่  อ.เทพสถิต  จ.ชัยภูมิ จากกรุงเทพฯ   ใช้เส้นทางสระบุรี - ชัยบาดาล   ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 205   เส้นทางชัยบาดาล - เทพสถิต - ชัยภูมิ     ก่อนถึงอำเภอเทพสถิต จะมี ทางแยกซ้ายมือไปป่าหินงาม อีก  29  กิโลเมตร     หากเดินทางเส้นทางจาก จ.นครราชสีมา   ก็จะใช้เส้นทางนครราชสีมา - เพชรบูรณ์     โดยจะวิ่งผ่าน ต.หนองบัวโคก    ผ่านบ.คำปิง เข้าสู่อำเภอเทพสถิต     และเลี้ยวขวาบริเวณ สามแยกเพื่อจะไปในเส้นทาง เทพสถิต - ซับใหญ่      และหากท่านมาจากตัว เมืองชัยภูมิ ก็ต้องใช้เส้นทาง ระเหว - ซับใหญ่ - เทพสถิต     เมื่อออกจากตัว กิ่งอ.ซับใหญ่จะถึงทางแยกขึ้นอุทยานฯ ก่อนที่จะถึง อ.เทพสถิต... 
 :: แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ::
<< ป่าหินงาม >> 
             "ป่าหินงาม" หรือ   (ลานหินงาม)    อยู่ทางทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยานฯ ทั่วบริวเวณเรียงรายไปด้วยหินก้อนน้อย ใหญ่ รูปร่างแปลก ๆ มากมายในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นลานหินซึ่งเกิดจากการกัดเซาะดิน  และเนื้อหินทรายมานานนับลานปี   วาง เรียงรายสลับซับซ้อน  อยู่เต็มลานบ้างก็มีรูปรา่างเหมือนกับถ้วยฟุตบอลโลก  บ้างก็เหมือนกบเรด้า  และรูปต่าง ๆ แล้วแต่จะ จินตนาการ  แต่เมื่อดูแล้วชวนให้เกิดความเพลิดเพลินใจเป็นยิ่งนัก... 
<< ทุ่งดอกกระเจียว >> 
                  "ทุ่งดอกกระเจียว"  เกิดจากดอกกระเจียวป่า หลากหลายสายพันธุ์  ที่พร้อมใจกันขึ้นรายรอบบริเวณ ของอุทยานฯและจะมีอยู่บริเวณหนึ่งใช้พื้นที่หลายไร่     ที่จะมีดอกกระเจียวขึ้นอย่างหนาแน่นจนกลายเป็นทุ่ง    ซึ่ง เวลามองดูก็จะเห็นเป็นสีชมพูปนขาว   และมีสีเขียวของลำต้ันและก้านใบเป็นสีเขียวสด   ประกอบกับสีเขียว ของหญ้าทีขึ้นมาแซม ทำให้ทุ่งกระเจียว เขียวขจี สวยงามเหมือนกับทุ่งในทรวงสวรรค์เลย              โดยในช่วงฤดูฝน เริ่มต้นเดือนมิถุนายน     ถึง ปลายเดือนกรกฎาคม ของทุก ๆ ปี    ต้นกระเจียวจะออก ดอกสวยงามตระการตาไปทั่วผืนป่า  จัดได้ว่าเป็น   "นางเอกของอุทยานฯ"  ก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะดอกกระเจียว จะไม่มีให้เห็นเลยนอกเสียจากในช่วงเวลาที่ว่านี่เท่านั้น...
<< จุดชมวิวสุดแผ่นดิน >> 
             "สุดแผ่นดิน"  อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยานฯ  เป็นแนวหน้าผาและชะง่อนหิน   เป็นจุดสูงสุดบนเทือกเขา พังเหย  สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ  846 เมตร  เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง  (ฉานไทย)  ซุกเข้าไปใต้แผ่นดิน อีสาน (อินโต - ไซน่า)  ทำให้เกิดแผ่นดินที่ยกตัวสูงชัน  เรียกว่า  "สุดแผ่นดิน"  คือเขตรอยต่อของ  3 ภาคอันได้แก่
             1.  แผ่นดินซีกทางอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ชัยภูมิ  (ภาคอีสาน)
             2.  แผ่นดินซีกทางตะวันตกของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ลพบุรี  (ภาคกลาง)
             3.  แผ่นดินซีกทางเหนือของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.เพชรบูรณ์  (ภาคเหนือ)ซึ่งมีความสวยงาม อากาศเย็นสบาย  และในตอนเช้า ๆ จะมีกลุ่มหมอกลอยผ่านหน้าเราไป  เหมือนกับหยอกเย้ากับผู้มาเยือนเลย
   ใกล้ถึงหน้า  "เทศกลาล ท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน"  ประจำปีี 2554 แล้วนะครับ เหลืออีกไม่กี่วัน ที่เราจะได้ชื่นชมความสวยงามของดอกกระเจียว      ซึ่งจะ็บานสะพรั่ง สวยงามจริง ๆ ครับ...ผมก็เป็นอีก คนหนึ่ง หล่ะ ที่ชื่นชม ความงามของสถานที่ท่องเที่ยว   แห่งนี้ มาเป็นระยะเวลาช้านานโข ปีนี้ ถ้าฝน ฟ้า ตกต้องตามฤดูกาล   ที่มันควรจะเป็น      เหล่าบรรดาเจ้าดอกกระเจียวน้อย-ใหญ่ซึ่งกบดานอยู่ใต้พื้นแผ่นดินนับแรมปี  ก็จะมีโอกาสโผล่ขึ้นมาอวดโฉมอัน   สะโอดสะอง ยังกะมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ด     ที่กำลังจะประกวด กันเลยทีเดียวยิ่ิง ถ้าฝนตกชุกหน่อย       พื้นดินเปียกชุ่มเจ้าดอกกระเจียวที่แสนสวยของเราก็จะขึ้น เยอะเต็มท้องทุ่งเลย  มองไปทางไหนก็จะมีแต่สีเขียวชะอุ่ม และสีชมพูแกมขาว  สวยอย่าบอกใครเลย     ถึงแม้ว่าปีกลาย ดอกกระเจียว      จะ มาช้าไปซักนิดนึง แต่เจ้าดอก กระเจียวก็เริ่มทะยอยชูช่อ ยันดอกออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้ยลโฉมกันแล้ว    และสำหรับ ท่านใด ที่ยังไม่เคยมาเยี่ยมเยือนทุ่งดอก กระเจียวธรรมชาติแ้ห่งเดียว ในโลกปีนี้ก็อย่าพลาดนะครับ ตัดสินใจช้า  ท่านอาจจะพลาด โอกาสดี ๆ ที่หนึ่งปีจะมีแค่ครั้งเดียว เท่านั้น ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งทั้งสองที่ ก็มี ความ แตกต่างกันไปใครชอบความสะดวก

ทุ่งกุลาร้องไห้

ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นที่ราบขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 2 ล้านไร่ อยู่ในเขต จังหวัดสุรินทร์ (อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม) , จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย) , จังหวัดบุรีรัมย์ (อำเภอพุทไธสง) , จังหวัดศรีสะเกษ , จังหวัดยโสธร (อำเภอมหาชนะชัย) และ จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และ อำเภอโพนทราย) การที่ได้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้ มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า ชนเผ่ากุลาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยจากเมืองเมาะตะมะ ประเทศพม่า ได้เดินทางมาค้าขายผ่านทุ่งแห่งนี้ ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน ไม่พบหมู่บ้านใด ๆ เลย น้ำก็ไม่มีดื่ม ต้นไม้ก็ไม่มีที่จะให้ร่มเงา มีแต่ทุ่งหญ้าเต็มไปหมด พื้นดินก็เป็นทราย เดินทางยากลำบากเหมือนอยู่กลางทะเลทราย ทำให้คนพวกนี้ถึงกับร้องไห้


วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

จดหมายถึงพ่อแม่

กราบเท้า...คุณพ่อ ที่เคารพ



วันนี้เป็นวันที่สำคัญอีกวัน ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ''ลูก'' มากๆ เพราะวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันที่คนไทยทุกคนรู้ดีว่า นอกจากจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็น ''วันพ่อแห่งชาติ'' อีกด้วย ในเมื่อเป็นวันพ่อทั้งที ลูกสาวคนนี้ ผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นนักข่าวบันเทิง งดจับหยิบปากกา (ที่เค้าว่ากันว่าเรามีอยู่ในมือ) เขียนเรื่อง ''ดารา'' ซักวัน แต่วันนี้ขอเขียนจดหมายถึงคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราอีกคนหนึ่ง นั่นคือ ''พ่อ'' ของเรานั่นเอง
นับจากวันแรกที่ลูกคนนี้ลืมตาอ้าปากได้ นอกจากจะเห็น ''แม่'' คอยประคอง อุ้ม และส่งยิ้มให้เราแล้ว เรายังไม่มือแข็งแรงๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเราจะมาเรียกได้ที่หลังว่า ''พ่อ'' ก็คอยหยิบยื่นสิ่งดีๆ และคอยสนับสนุนลูกอยู่เบื้องหลัง
จริงอยู่ที่หน้าที่เลี้ยงดูลูกจะเป็นของ ''แม่'' ซะส่วนใหญ่ แต่ทว่าถ้าเราไม่มีหัวหน้าทัพอย่าง ''พ่อ'' แม่ของเราก็จะไม่ได้กำลังใจ ในยามเพิ่งคลอด และแน่นอนว่าเรื่องค่าใช้จ่ายในเวลานั้น ต้อง
เป็นหน้าที่ของ ''พ่อ'' ที่เสียสละแรงกายและใจ ออกไปหาเงินมาเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว
ผู้เขียนยังจำได้ สมัยก่อน สมาชิกบ้านเรา มีทั้งหมด 5 คน มีพ่อ แม่ และน้องๆ อีก 2 คน ถึงบ้านเราจะไม่ได้ร่ำรวยอะไร เพราะพ่อมีหน้าที่เป็นชาวประมง หาช้าวกินค่ำ และเข้าฝั่งอาทิตย์ละไม่กี่วัน แต่ทุกครั้งที่พ่อกลับจากทะเล และกลับมาอยู่บ้าน อาหารการกินของบ้านเราจะดีทุกครั้ง เพราะแม่จะทำอาหารดีๆ ที่ได้จากทะเล มาให้พ่อทานทุกครั้ง และช่วงค่ำบ้านเราจะมีกิจกรรมทำกัน ไม่เล่นเกม (จากไพ่) ก็เล่นคำผวน หรือแม้แต่ฟังเรื่องราวสมัยกรุงสุโขทัย หรือสมัยอยุธยา ที่คุณพ่อมีความรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี จากการอ่านหนังสือต่างๆ ในระหว่างออกทะเล
ชีวิตในวัยเด็กของข้าพเจ้า จัดเป็นชีวิตที่ค่อนข้างอบอุ่น สมาชิกในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า และมีกิจกรรมในครอบครัวทำกัน บางครั้งเวลามีงานวัด พ่อกับแม่ จะพาลูกๆ ไปเที่ยวงาน และกินไก่ย่าง ''จีระพันธ์'' กันเกือบทุกครั้ง ชีวิตในวัยเด็ก ข้าพเจ้ายังจำได้ ว่า มีความสุข และอบอุ่นมากๆ
แต่เวลานี้ วันที่ ''ลูก'' คนนี้ เรียนจบและมาทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นนักข่าวบันเทิง ต้องไกลพ่อ ห่างบ้าน และด้วยอาชีพนี้ ทำให้ลูกไม่มีเวลาไปเยี่ยมพ่อที่ ปากน้ำชุมพร มากนัก ทุกครั้งที่ลุกคนนี้เหน็ดเหนื่อย และย่อท้อ ลูกก็ได้แต่โทรศัพท์คุยกับแม่ ... แต่ ''พ่อ'' ลูกจำได้ว่า คุยกับพ่อน้อยครั้งมาก เนื่องจากความหยาบกระด้าง ของครอบครัวเราเอง ที่ไม่นิยมแสดงความรักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ส่งผลให้ สมาชิกในครอบครัวของเรา ห่างหายออกไปทุกที น้องๆ พอโตขึ้น ก็แยกย้ายออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน ส่วนพ่อกับแม่ ก็ออกไปทำงาน หามรุ่งหามค่ำ ปล่อยบ้านให้ว่างเปล่าในยามราตรี เกือบทุกวัน
ภาพบรรยากาศ ที่เรามานั่งเล่นไพ่ ใบ้คำผวน ตอนนี้ไม่มีเสียแล้ว และตอนนี้ ''พ่อ'' ก็อายุมากขึ้นทุกวัน สุขภาพก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง รวมไปถึง น้องๆ ที่เริ่มมีชีวิตส่วนตัวของตัวเอง จนมาองไม่เห็นถึงความสำคัญของครอบครัวแล้ว
แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ ''ลูก'' ยังไม่เคยลืม ภาพ เรา 5 คน อยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน และมีความสุขด้วย แม้ตอนนี้ ''ลูก'' จะไม่ได้กินข้าวกับพ่อทุกมื้อเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ลูกก็รัก และคิดถึงวันเก่าๆ อยู่ทุกวัน และวันพ่อปีนี้ ''ลูก'' ขอให้สัญญากับ ''พ่อ'' ว่า ลูกจะทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน เพราะเวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน เหลือน้อยลงเต็มที่ และลูกจะทำหน้าที่ของลูกที่ดีอย่างนี้ต่อไป และขอให้ ''พ่อ'' ทำหน้าที่พ่อที่ดี เหมือนที่เคยทำมาก่อนด้วยเหมือนกัน และที่สำคัญนั้น ลูกอยากจะขอโทษ ที่เคยทำให้พ่อเสียใจ ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา และใจ  ต่อไปลูกสัญญาว่า จะทำดี เพื่อ ''พ่อดำ''  ภวัต พงษ์จินดา และขอความดีที่ลูกทำ จงช่วยหนุนนำให้ ''พ่อ'' มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของลูกๆ ต่อไป และถ้าเป็นไปได้ ''ลูก'' อยากให้คนในครอบครัว เรากลับมารักและมีชีวิตที่สวยงามเหมือนเมื่อครั้งที่เราเคยอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม

     ด้วยรักและเคารพ
ณัฐธิดา